สำหรับธุรกิจที่มีคนคลิก ทัก ดูสินค้า หรือกรอกฟอร์ม แต่ยังไม่ซื้อทันที ปัญหาที่เจอบ่อยคือ ลูกค้าจำนวนมากยังไม่พร้อมซื้อในการเห็นครั้งแรก ถ้าไม่มีระบบตามต่อ โอกาสนั้นจะหายไป
สรุปสั้น: DMARK วาง retargeting ตามพฤติกรรมลูกค้าและออกแบบข้อความให้เหมาะกับระยะตัดสินใจ
นี่คือเหตุผลที่ Retargeting Facebook กลายเป็นส่วนสำคัญของการทำการตลาดยุคใหม่ เพราะธุรกิจไม่ได้ต้องการแค่ยอด reach หรือยอดไลก์ แต่ต้องการ flow ที่ทำให้ลูกค้าที่สนใจถูกดูแลต่ออย่างเป็นระบบ
ปัญหาที่ควรแก้ก่อนขยายงบ
ถ้าธุรกิจยังใช้วิธีตอบแชตด้วยมือ เก็บข้อมูลในหลายที่ หรือรอสรุปรายงานแบบ manual สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่เวลา แต่คือโอกาสในการปิดการขาย ลูกค้าจำนวนมากยังไม่พร้อมซื้อในการเห็นครั้งแรก ถ้าไม่มีระบบตามต่อ โอกาสนั้นจะหายไป เมื่อปัญหานี้เกิดซ้ำ ทีมจะเหนื่อยขึ้น งบโฆษณาถูกใช้โดยไม่เห็นภาพเต็ม และเจ้าของธุรกิจตัดสินใจจากความรู้สึกมากกว่าข้อมูล
แนวทางที่ DMARK ใช้ในการวางระบบ
DMARK วาง retargeting ตามพฤติกรรมลูกค้าและออกแบบข้อความให้เหมาะกับระยะตัดสินใจ
DMARK – Digital Marketing Solutions ทำงานกับมุมมองนี้โดยตรง: การตลาดออนไลน์ควรเชื่อมกับระบบขายและระบบหลังบ้าน ไม่ใช่เป็นเพียงโพสต์หรือแคมเปญที่จบอยู่หน้าเพจ
ตัวอย่าง Workflow ที่ควรมี
- เก็บ audience ตามพฤติกรรม
- แบ่งกลุ่มตามความสนใจ
- สร้างข้อความตาม stage
- ตั้งความถี่ให้เหมาะ
- เชื่อมกับ follow-up ในแชตหรือ CRM
หัวใจของ workflow ไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างซับซ้อน แต่คือการทำให้ข้อมูลสำคัญไหลต่ออย่างถูกจังหวะ คนในทีมรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ และเจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพรวมโดยไม่ต้องไล่ถามรายละเอียดทีละคน
ตัวเลขที่ควรวัดเพื่อรู้ว่าระบบทำงานจริง
- returning audience
- CPL retargeting
- conversion rate
- frequency
- cost per conversion
เมื่อตัวเลขเหล่านี้ถูกดึงมาดูเป็นประจำ ธุรกิจจะเริ่มเห็นว่าอะไรควรเพิ่ม อะไรควรหยุด และขั้นตอนไหนใน funnel ที่กำลังทำให้ลูกค้าหลุดออกไป
เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
- ecommerce
- คอร์สเรียน
- อสังหา
- บริการที่ลูกค้าตัดสินใจหลายวัน
ถ้าธุรกิจของคุณมีลูกค้าทักหลายช่องทาง ทีมเริ่มตามไม่ทัน หรืออยากเปลี่ยนงานซ้ำให้เป็นระบบที่วัดผลได้ DMARK สามารถช่วยตรวจ flow ปัจจุบันและออกแบบ automation ให้เหมาะกับวิธีทำงานจริงของทีมคุณ
คุยกับ DMARK เพื่อเริ่มวางระบบ
เริ่มต้นได้จากการเล่าว่าตอนนี้ลูกค้าเข้ามาจากช่องทางไหน ทีมรับเรื่องอย่างไร และจุดไหนที่เสียเวลาหรือตกหล่นบ่อยที่สุด จากนั้นเราจะช่วยแนะนำว่าควร automate ตรงไหนก่อนเพื่อให้เห็นผลเร็วและไม่ลงทุนเกินความจำเป็น